การฟอกสีฟัน

การฟอกสีฟัน (Tooth Bleaching)

รอยยิ้มอันสดใส เป็นส่วนเสริมบุคลิกภาพของเราให้น่ามอง โดยเฉพาะถ้ารอยยิ้มนั้น ประกอบไปด้วยสีฟันที่ขาวสะอาด ก็ยิ่งเปล่งประกายให้รอยยิ้มนั้นน่ามองยิ่งขึ้น

สีฟันของแต่ละบุคคลนั้น มีความเข้ม-อ่อน และสีที่ต่างกันไป ขึ้นกับปัจจัยทั้งภายใน และปัจจัยภายนอก

  • สำหรับปัจจัยภายนอก ก็เช่น สีของอาหารที่เราทาน น้ำที่เราดื่ม หรือคราบที่ติดบนตัวฟัน ซึ่งขจัดออกไปได้ด้าย การขูดหินปูน ขัดฟัน
  • ปัจจัยภายใน ที่ทำให้สีเนื้อฟันแตกต่างกันไปนั้น ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ด้วยการขัดฟัน แต่จะเปลี่ยนแปลงสีเนื้อฟันได้ด้วยการ ฟอกสีฟัน

การฟอกสีฟัน เป็นวิธีที่นิยมกันอย่างแพร่หลายที่ช่วยปรับปรุงสีฟันให้ขาวขึ้น และเป็นวิธีที่ถนอมเนื้อฟันไม่ทำให้โครงสร้างของฟันอ่อนแอลง เพราะจะไม่มีการกรอตัดเนื้อฟันออกไปเลย

ทันตแพทย์สามารถฟอกสีฟันให้กับผู้ป่วยได้ทั้งในฟันที่มีชีวิต (vital tooth ) และฟันตาย ( non-vital tooth ) ด้วยวิธีที่แตกต่างกันไป

 

การฟอกสีฟันที่มีชีวิต (Vital Tooth Bleaching)

การฟอกสีฟันที่มีชีวิต มีหลักการฟอกใหญ่ ๆ อยู่ 2 หลักการด้วยกันคือ

  1. การฟอกสีฟันที่ทันตแพทย์เป็นผู้ฟอกให้ในโรงพยาบาล วิธีนี้เป็นวิธีที่นิยมมากในปัจจุบัน เพราะให้ผลในการเปลี่ยนแปลงของสีฟันอย่างชัดเจน ในเวลาอันสั้น ประมาณ 30-60 นาที โดยทันตแพทย์ใช้สารไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ที่มีความเข้มข้นสูง ร่วมกับการใช้แสง หรือ ความร้อน หรือทั้ง 2 อย่างร่วมกัน ในการกระตุ้นปฎิกิริยาของน้ำยาฟอกสีฟัน มีขั้นตอนการรักษาที่ง่าย และสะดวกรวดเร็ว
  2. การฟอกสีฟันโดยผู้ป่วยเองที่บ้าน เป็นวิธีการที่มีการใช้อุปกรณ์ และน้ำยาฟอกสีฟันในหลากหลายรูปแบบ แต่วิธีการที่ให้ประสิทธิภาพมากที่สุด ก็คือ ทันตแพทย์จะพิมพ์แบบฟันของผู้ป่วย เพื่อเตรียมทำถาดสำหรับใส่น้ำยาฟอกสีฟันให้พอดีกับฟันของผู้ป่วย ซึ่งน้ำยาที่ใช้ในการฟอกสีฟันประเภทนี้ อาจเป็นสารไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ หรือคาร์บาไมด์เปอร์ออกไซด์ที่มีความเข้มข้นต่ำ และมีความปลอดภัยในการนำไปใช้เองที่บ้าน โดยระยะเวลาที่ใช้ แตกต่างกันไป ขึ้นกับความเข้มของสีฟันในผู้ป่วยแต่ละคน

 

ผลข้างเคียงของการฟอกสีฟัน

ในระหว่างทำการฟอกสีฟันนั้น ส่วนของฟันที่ทำการฟอกอาจเกิดอาการเสียวฟันขึ้นได้ ซึ่งอาการนี้จะมากหรือน้อยขึ้นกับหลายปัจจัย ทั้งปฏิกิริยาการตอบสนองของฟันที่แตกต่างกัน และความเข้มข้นของน้ำยาฟอกสีฟัน อย่างไรก็ตามอาการนี้จะเกิดขึ้นเพียงชั่วคราว และจะหายไปได้เอง ภายใน 2-3 วันหลังจากที่หยุดการฟอกสีฟัน ทั้งนี้การฟอกสีฟันที่มีทันตแพทย์เป็นผู้ดูแล จะปลอดภัย และไม่ทำอันตรายต่อโครงสร้างความแข็งแรงของฟัน

 

การฟอกสีฟันตาย (Non-vital Tooth Bleaching)

ฟันตาย หรือฟันที่ไม่มีชีวิตนั้น จะมีสีฟันที่เข้มขึ้นได้ จากฟันได้รับการกระทบกระเทือนอย่างรุนแรง จนทำให้มีเลือดออกในโพรงฟันไปสะสมตามเนื้อฟัน หรืออาจเกิดจาก การเปลี่ยนแปลงของสีฟันจากกระบวนการรักษาคลองรากฟัน ซึ่งทันตแพทย์สามารถทำการฟอกสีฟันประเภทนี้ให้กับผู้ป่วยได้ โดยใส่สารที่ใช้ในการฟอกสีฟัน เข้าไปในโพรงฟันที่ได้รับการรักษาคลองรากฟันสำเร็จแล้ว จากนั้น จึงปิดช่องโพรงฟันด้วยวัสดุอุดชั่วคราว เพื่อให้น้ำยาฟอกสีฟันได้ไปทำปฏิกิริยาในการเปลี่ยนแปลงสีฟัน หลังจากนั้นทันตแพทย์จะนัดผู้ป่วยกลับมาในอาทิตย์ต่อไป เพื่อดูการเปลี่ยนแปลงสีฟัน ซึ่งอาจจะต้องทำซ้ำ 1-2 ครั้ง ขึ้นกับความเข้มของสีฟัน เมื่อทำการฟอกสีฟันจนได้สีขาวเป็นที่น่าพอใจแล้ว ทันตแพทย์ ก็จะอุดปิดช่องโพรงฟันด้วยวัสดุอุดประเภทคอมโพสิต เรซินที่มีสีเหมือนฟัน

 

ข้อจำกัดของการฟอกสีฟัน

ถึงแม้การฟอกสีฟัน จะเป็นการรักษาที่ให้ผลในการเปลี่ยนแปลงสีฟันที่ที่ดีขึ้น และเป็นวิธีที่ถนอมเนื้อฟัน แต่ก็มีข้อจำกัด ในกรณีที่ผู้ป่วยมีฟันสีน้ำตาลหรือเทา เนื่องจากฟันที่ได้รับฟลูออไรด์ หรือยาปฏิชีวนะประเภทเตตราไซคลีน ในช่วงวัยเด็กที่กำลังมีการสร้างฟันมากเกินไป พบว่าฟันประเภทนี้ไม่ตอบสนองต่อการฟอกสีฟันที่น่าพอใจนัก หากต้องการให้ฟันมีสีขาวขึ้น อาจต้องใช้วิธีอื่นร่วมด้วย เช่นการทำเคลือบฟันขาว (dental veneer)

ติดต่อศูนย์ทันตกรรมดิจิทัล รพ.ธนบุรี บำรุงเมือง

* Required information