ฟันปลอมคืออะไร ทำไมต้องใส่ฟันปลอม?

ฟันปลอม คืออะไร … ทำไมต้องใส่ฟันปลอม

ฟันปลอม หรือที่ทางการแพทย์เรียกว่า (ฟันเทียม) คือสิ่งประดิษฐ์ที่สร้างขึ้นเลียนแบบฟันเพื่อใช้ทดแทนฟันธรรมชาติที่เสียไป ไม่ว่าจะเพื่อความสะดวกในการบดเคี้ยวอาหาร เสริมบุคลิกภาพ ทำให้การออกเสียงชัดเจนขึ้น ป้องกันปัญหาการล้มเอียงของฟันซี่ที่เหลือไปยังช่องว่างเหงือก คอยพยุงแก้มและริมฝีปากไว้ไม่ให้หย่อนคล้อยลงไป ซึ่งฟันปลอมสามารใส่เข้า และถอดออกจากปากได้

ฟันปลอม คือ ฟันที่ถูกทำขึ้นโดยทันตแพทย์เพื่อใส่ทดแทนฟันธรรมชาติ

ประเภทของฟันปลอม

  1. ฟันปลอมทั้งปากใช้กับคนไข้ที่สูญเสียฟันทั้งหมดไป มีทั้งชนิดติดชั่วคราวและถาวร โดยแพทย์จะเตรียมฟันปลอมแบบชั่วคราวไว้ให้ใส่ทันทีหลังจากที่ถอนฟัน แต่ในระหว่างใส่จะต้องมีการปรับฟันปลอมเป็นระยะ เนื่องจากเหงือกและกระดูกจะเปลี่ยนรูปร่างค่อนข้างรวดเร็วหลังจากการถอนฟันหลาย ๆ ซี่ หรือในบางครั้งทันตแพทย์จะรอให้เหงือกฟื้นตัวและเปลี่ยนรูปร่างก่อน ซึ่งใช้เวลาประมาณ 2-3 เดือน จึงค่อยติดฟันปลอมชนิดถาวรให้ทีเดียว
  2. ฟันปลอมแบบบางส่วน

ใช้กับคนไข้ที่ยังมีฟันกรามบนหรือล่างหลงเหลืออยู่ตั้งแต่ 1 ซี่ขึ้นไป ซึ่งนอกจากฟันปลอมชนิดนี้จะใส่เพื่อเติมเต็มช่องว่างฟันที่หายไปแล้วก็ยังช่วยป้องกันการเปลี่ยนตำแหน่งของฟัน โดยคนไข้สามารถใส่และถอดฟันปลอมออกมาเองได้ด้วยการปลดตะขอโลหะที่ช่วยยึดฟันปลอมไว้กับฟันธรรมชาติที่เหลืออยู่

ฟันปลอมแบบบางส่วน ฐานมักทำจากโลหะ เพื่อความคงทนและแข็งแรง แต่ถ้าหากเป็นฟันปลอมแบบชั่วคราวเพื่อใส่ทดแทนฟันที่หลุดชั่วคราว เพื่อให้เหงือก และกระดูกฟื้นตัวก็จะเป็นฟันปลอมที่ทำจากพลาสติก

อาการที่พบได้หลังใส่ฟันปลอม

ในกรณีที่คนไข้ได้รับการถอนฟันก่อนทำฟันปลอม อาจจะต้องรอให้แผล และเหงือกสมานตัวดีก่อน ทันตแพทย์จึงทำการใส่ฟันปลอมให้ ซึ่งจะต้องใช้ระยะเวลาหนึ่งในการปรับปรุงแก้ไขเพื่อให้ได้ ฟันปลอม ที่มีความเหมาะสมกับสภาพช่องปากของคนไข้

โดยทั่วไปคนไข้สามารถพูดคุยได้เหมือนปกติ แต่อาจมีความรู้สึกไม่ค่อยสบายในการเคี้ยวอาหารซึ่งมักเกิดขึ้นได้ในช่วงแรก ๆ จนกว่ากล้ามเนื้อบริเวณกระพุ้งแก้มและลิ้นจะปรับตัวและเคยชินกับฟันปลอมใหม่ได้ ดังนั้นทันตแพทย์จึงแนะนำให้ผู้เข้ารับบริการรับประทานอาหารอ่อนในช่วงแรก ๆ จนกว่าจะชินกับ ฟันปลอมที่ใส่

อาการอื่น ๆ ที่สามารถเกิดขึ้นได้ เช่น อาการระคายเคือง อาการปวด หรือการมีน้ำลายออกมามากกว่าปกตินั้น เป็นอาการที่เกิดขึ้นได้ในช่วงระยะเวลาแรกของการใส่ฟันปลอม ซึ่งอาการต่าง ๆ จะลดลงและหายในที่สุดเมื่อช่องปากสามารถปรับเข้ากับฟันปลอม

ฟันปลอมสามารถอยู่ได้นานเท่าใด

ฟันปลอมที่ได้รับการดูแลรักษาอย่างดี และถูกต้องจะสามารถใช้งานได้นานหลายปี แต่เมื่อเวลาผ่านไป ฟันปลอมจะต้องมีการปรับ ทำใหม่ หรือเปลี่ยนฐานโดยยังคงตัวฟันไว้อยู่ เนื่องจากเหงือกหรือกระดูกฟันหดตัวลง นอกจากนี้ เมื่อเราอายุมากขึ้น ปากของเราก็จะเปลี่ยนแปลงไปตามธรรมชาติ ซึ่งการเปลี่ยนแปลงนี้อาจทำให้ฟันปลอมหลวม ทำให้การเคี้ยวอาหารลำบาก และระคายเคืองเหงือก

ประโยชน์ของฟันปลอม

  • ป้องกันปัญหาฟันเคลื่อนหรือล้มไปยังบริเวณช่องว่างที่เกิดจากการสูญเสียฟัน
  • เพื่อความสวยงาม เพิ่มความมั่นใจในการพูดคุย
  • ช่วยในการบดเคี้ยวอาหาร

การดูแลรักษา ฟันปลอม

  1. เวลานอนควรถอดฟันปลอม เพื่อให้เหงือกได้พัก และลดแรงกดบนกระดูกขากรรไกร
  2. ดูแลทำความสะอาดฟันปลอมอย่างถูกวิธี เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาการสะสมของคราบอาหารและแบคทีเรีย
  3. ขณะที่ไม่สวมใส่ฟันปลอม ควรแช่ฟันปลอมในน้ำสะอาดเพื่อความชุ่มชื้น และคงรูปตลอดเวลา
  4. ควรทำความสะอาดเหงือก ลิ้น กระพุ้งแก้ม และเพดานปากด้วยแปรงสีฟันอ่อน ๆ เพื่อสุขอนามัยที่ดี
  5. ถอดฟันปลอมออกล้างหลังจากรับประทานอาหาร ใช้น้ำชะล้างฟันปลอมเพื่อขจัดคราบอาหารที่ติดอยู่ออก
  6. จับฟันปลอมอย่างระมัดระวัง ป้องกันไม่ให้พลาสติกหรือตะขอของฟันปลอมโค้งงอขณะถอดออกมาล้างทำความสะอาด
  7. แปรงทำความสะอาดฟันปลอมอย่างน้อยวันละครั้ง ด้วยการจุ่มหรือแปรงด้วยน้ำยาหรือเม็ดฟู่สำหรับทำความสะอาดฟันปลอมที่ไม่มีฤทธิ์กัดกร่อน เพื่อช่วยขจัดเศษและคราบอาหาร รวมถึงกาวติดฟันปลอมที่อาจเหลือติดค้างอยู่ตามร่องฟันปลอม
  8. หลีกเลี่ยงการใช้น้ำยาทำความสะอาดที่มีฤทธิ์กัดกร่อน และยาสีฟันที่ช่วยให้ฟันขาวหรือผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของสารฟอกสีฟัน เพราะอาจทำให้ฟันปลอมเสียหายและมีสีหมองคล้ำลง
  9. หากรู้สึกว่าฟันปลอมไม่พอดีหรือเริ่มหลวมให้ไปพบทันแพทย์ เนื่องจากฟันปลอมที่หลวมนั้นอาจเป็นสาเหตุให้เกิดอาการเจ็บปวด ระคายเคือง และเสี่ยงต่อการติดเชื้อตามมา
  10. ไปพบทันตแพทย์เพื่อตรวจฟันอย่างสม่ำเสมอ

ติดต่อศูนย์ทันตกรรมดิจิทัล รพ.ธนบุรี บำรุงเมือง

* Required information