การฟอกสีฟัน ทำฟันขาว

ฟอกสีฟัน ทำฟันขาว

การฟอกฟันขาว หรือการฟอกสีฟัน คือการรักษาฟันทำให้ฟันที่มีสีคล้ำ ดูขาวขึ้น ปัจจัยที่ทำให้ฟันเปลี่ยนสีมีได้ 2 สาเหตุหลัก คือ สาเหตุจากภายนอกตัวฟัน (Extrinsic) เช่น สีจากอาหาร เครื่องดื่ม ควันบุหรี่ เป็นต้น และ สาเหตุจากภายในตัวฟัน (Intrinsic) เช่น การสะสมเม็ดสีข้างในเนื้อฟันขณะสร้างฟันหรือในกรณีฟันตาย เป็นต้น

ฟอกสีฟัน ทำฟันขาว - Teeth Whitening Digital Dental Center

การฟอกฟันแล้วทำให้ฟันขาวขึ้นนั้น มาจากการกระบวนการที่สารฟอกสีฟันได้ถูกแทรกซึมจากการกระตุ้นการแตกตัวของน้ำยาฟอกสีฟันด้วยระบบแสงลงไปในชั้นเคลือบฟัน และขจัดเม็ดสีในเนื้อฟันโดยเฉพาะสีเหลือง ทำให้เม็ดสีค่อย ๆ จางลงทำให้ฟันขาวขึ้น แต่เมื่อเวลาผ่านไปพวกเม็ดสีเหล่านี้จะเกิดขึ้นใหม่ได้อีก

การฟอกสีฟัน เป็นอีกหนึ่งการรักษาที่เป็นที่นิยมแพร่หลายกันมากขึ้น ซึ่งในการฟอกสีฟันมีด้วยกันหลายวิธี ขึ้นอยู่กับต้นเหตุที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนสีนั้น ๆ และคนไข้แต่ละคน

การฟอกสีฟันแบ่งได้เป็น 5 ประเภท ดังนี้

  1.  In-office Power Bleaching การฟอกสีฟันโดยทันตแพทย์ เป็นการใช้สารฟอกสีฟันที่มีความเข้มข้นสูง ซึ่งจะใช้แสง หรือเลเซอร์เป็นตัวกระตุ้นปฏิกิริยาของการฟอกสีฟัน วิธีนี้เป็นที่นิยมอย่างมากเพราะใช้ระยะเวลาไม่นาน และเห็นผลทันทีหลังการรักษา ซึ่งคนไข้จะไม่ค่อยมีอาการเสียวฟัน ทั้งนี้ทั้งนั้นขึ้นอยู่กับสภาพฟันของแต่ละบุคคลด้วย
  2.  At-home Bleaching การฟอกสีฟันเองที่บ้าน โดยอยู่ภายใต้การควบคุมของทันตแพทย์ ซึ่งคนไข้จะต้องพิมพ์ปากเพื่อทำถาดฟอกสีฟันฟอกสีฟัน และจะมีน้ำยาฟอกสีฟัน พร้อมคำแนะนำให้คนไข้นำกลับไปฟอกก่อนนอน โดยทิ้งไว้ทั้งคืนหรือคนไข้บางรายที่มีอาการเสียวฟันก็อาจจะลดชั่วโมงลงมา การฟอกฟันแบบนี้มีความปลอดภัยค่อนข้างสูง และต้องอาศัยวินัยในการทำบ่อย ๆ จึงจะเห็นผลลัพธ์ที่ดี
  3. In-office assisted Bleaching การฟอกสีฟันโดยทันตแพทย์ ร่วมกับคนไข้กลับไปฟอกสีฟันเองที่บ้าน จะใช้ในกรณีที่สีฟันของคนไข้เข้มมาก โดยทันตแพทย์จะฟอกสีฟันให้ที่โรงพยาบาลก่อน และจะมีอุปกรณ์ และน้ำยาให้คนไข้นำกลับไปฟอกเองที่บ้าน
  4. Over-the-counter Bleaching การฟอกสีฟันด้วยตัวเอง จะไม่อยู่ในความดูแลของทันตแพทย์ ซึ่งสามารถซื้อผลิตภัณฑ์ได้ตามร้านค้าผลิตภัณฑ์ความงามทั่วไป
  5. Internal Bleaching การฟอกสีฟันเฉพาะซี่ ซึ่งเป็นการฟอกสีฟันในฟันที่เปลี่ยนสี เนื่องจากฟันตาย

อะไรคือสิ่งที่ทำให้ฟันขาวขึ้นเวลาฟอกสีฟัน

การฟอกสีฟัน สิ่งที่ทำให้เกิดความขาวกับชั้นเคลือบผิวฟัน คือสารฟอกสีฟัน โดยสารฟอกสีฟันที่นิยมใช้กันมีอยู่ 2 ประเภท ได้แก่ ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ (Hydrogen peroxide) และ คาร์บาร์ไมค์เปอร์ออกไซด์ (Carbamide peroxide)

แต่เดิมในวงการทันตแพทย์จะใช้ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซค์ ที่มีความเข้มข้นต่ำมาใช้ฆ่าเชื้อในช่องปาก ต่อมาทันตแพทย์อเมริกาได้มีการค้นพบโดยบังเอิญว่าสารชนิดนี้เมื่อให้คนไข้บ้วนปากผสมกับน้ำยาบ้วนปากทำให้ฟันขาวขึ้น จึงเริ่มมีการพัฒนามาใช้เป็นสารฟอกสีฟัน ซึ่งสารชนิดนี้จะมีเสถียรภาพต่ำ เมื่อสารสัมผัสกับอากาศ หรือความร้อนคุณสมบัติในการฟอกฟันจะลดลง ดังนั้นสารนี้จึงนิยมใช้กับวิธีการฟอกสีฟันที่ทำโดยทันแพทย์ เพราะต้องอาศัยความชำนาญ เพื่อทำให้น้ำยาเกิดประสิทธิภาพสูงสุด

ส่วนสารคาร์บาไมด์เปอร์ออกไซด์ เมื่อสารตัวนี้ถูกนำมาฟอกฟันจะแปรสภาพเป็นสารไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ทันที ซึ่งสารตัวนี้จะมีเสถียรภาพสูง ดังนั้นจึงนิยมนำสารชนิดนี้ใช้กับวิธีการฟอกสีฟันที่บ้าน

ฟอกสีฟันเหมาะกับใคร

การฟอกสีฟันหรือฟอกฟันขาว เหมาะกับคนไข้ที่มีปัญหาเรื่องสีฟัน เช่น ฟันมีสีดำ คล้ำ สีเหลือง หรือเนื้อฟันไม่ขาวใส แต่ในการฟอกสีฟันก็มีข้อจำกัดกับผู้ที่มีลักษณะ ดังต่อไปนี้

  1. มีอายุน้อยกว่า 16 ปี เพราะโพรงประสาทยังมีการเจริญเติบโต อาจทำให้การฟอกฟันมีการระคายเคืองได้
  2. ผู้ที่ปัญหาหรือผู้ป่วยโรคเหงือก
  3. ผู้ที่มีปัญหาเสียวฟัน ฟันผุ หรืออุดฟัน ควรปรึกษาทันตแพทย์ก่อนฟอกสีฟัน
  4. ผู้ที่มีปัญหาอื่น ๆ ในช่องปาก ควรพบทันตแพทย์ก่อนทำการฟอกสีฟัน
  5. หญิงตั้งครรภ์ หรือให้นมบุตร

ประโยชน์ของการฟอกสีฟัน

การฟอกสีฟัน หรือฟอกฟันขาว จะได้ผลดีที่สุดกับผู้ที่มีปัญหาสีฟันดำคล้ำ ฟันเหลือง และระดับเฉดสีที่ขาวขึ้นจากการฟอกฟันนั้น ขึ้นอยู่กับสภาพฟันของแต่ละคน และชนิดของสารฟอกฟัน
การฟอกสีฟันจะอยู่ได้นานเพียงใด ขึ้นอยู่กับสารฟอกสีฟัน และการดูแลรักษาของคนไข้หลังการฟอกสีฟัน ถ้าหากฟอกสีฟันแล้ว คนไข้ยังมีพฤติกรรมการดื่มเครื่องดื่มที่ทำให้เกิดคราบติดฟัน เช่น ชา กาแฟ หรืออาหารที่มีสี เช่น แกงเหลือง ก็จะทำให้สีฟันเหลืองขึ้นได้อีก ดังนั้น หลังฟอกสีฟันแล้วควรหลีกเลี่ยงพฤติกรรมเหล่านี้ เพื่อให้สีฟันขาวอยู่ได้นาน

ขั้นตอนการฟอกสีฟัน

ขั้นตอนการตรวจวินิจฉัยและเทียบสีฟัน

  • ทันตแพทย์ตรวจและเทียบเฉดสีของฟันก่อนรับการฟอกสีฟัน
  • คนไข้บางรายอาจจะต้องขูดหินปูนและขัดฟันก่อนได้รับการฟอกสีฟัน

ขั้นตอนการป้องกันเหงือกและบริเวณรอบ ๆ

  • ทันตแพทย์จะทาน้ำยาเพื่อปกป้องเหงือกและเนื้อเยื่อบริเวณรอบ ๆ ฟันที่จะทำการฟอกสีฟัน
  • คนไข้สวมแว่นตา เพื่อป้องกันแสงจากเลเซอร์

ขั้นตอนการลงน้ำยาฟอกสีฟัน

  • หลังจากที่ลงน้ำยาปกป้องเหงือก และน้ำยาแห้งดีแล้ว ทันตแพทย์จะเริ่มลงน้ำยาฟอกสีฟันลงบนผิวฟัน

ขั้นตอนการฉายแสงเลเซอร์

  • ทันตแพทย์จะใช้แสงเลเซอร์ เพื่อกระตุ้นปฏิกิริยาให้น้ำยาฟอกสีฟันสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และรวดเร็วมากขึ้น

ขั้นตอนการทำความสะอาดน้ำยา

  • หลังจากที่ทิ้งน้ำยาฟอกสีฟันจนครบเวลาแล้ว ทันตแพทย์จะทำความสะอาดน้ำยาฟอกสีฟัน และน้ำยาปกป้องเหงือกออกจากผิวฟัน
    ขั้นตอนการเปรียบเทียบสีฟัน ก่อน-หลัง
  • ทันตแพทย์จะทำการเทียบสีฟันก่อนและหลังการฟอกสีฟัน เพื่อให้คนไข้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงของสีฟัน

ข้อปฏิบัติหลังเข้ารับการฟอกสีฟัน

  1. หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหาร และเครื่องดื่มที่ก่อให้เกิดคราบสีบนฟัน เช่น ชา กาแฟ ไวน์แดง แกงเหลือง รวมถึงควรงดสูบบุหรี่ อย่างน้อย 1 สัปดาห์
  2. หลีกเลี่ยงอาหารหรือเครื่องดื่มที่ร้อนจัด เย็นจัด หรือมีความเป็นกรดสูงเกินไป เช่น น้ำอัดลม
  3. การใช้ยาสีฟันที่มีฟลูออไรด์สูงสามารถช่วยลดอาการเสียวฟันได้
  4. ถ้าหากเกิดอาการเสียวฟัน สามารถรับประทานยาแก้ปวดเพื่อช่วยบรรเทาอาการได้

การดูแลรักษาหลังการทำการฟอกสีฟัน

  1. แปรงฟันอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง หรือทุกครั้งหลังมื้ออาหาร
  2. ใช้ไหมขัดฟันร่วมกับการแปรงฟัน
  3. ควรบ้วนปากด้วยน้ำยาบ้วนปากผสมฟลูออไรด์ก่อนนอนทุกวัน โดยกลั้วและอมน้ำยาไว้ในปากอย่างน้อย 1 นาที และไม่ควรดื่มน้ำหรือทานอาหารภายใน 30 นาทีหลังการบ้วนปาก
  4. ควรพบทันตแพทย์เป็นประจำทุก 6 เดือน

ติดต่อศูนย์ทันตกรรมดิจิทัล รพ.ธนบุรี บำรุงเมือง

* Required information