ทันตกรรมจัดฟัน

ทันตกรรมจัดฟัน

จัดฟัน เป็นการรักษาทางทันตกรรมแขนงหนึ่ง ซึ่งรักษาเกี่ยวกับการแก้ไขการเรียงตัวของฟัน เช่น ฟันซ้อนเก ฟันยื่น ฟันห่าง ฟันล่างคร่อมฟันบน เป็นต้น และช่วยปรับโครงสร้างของปากและฟันให้มีลักษณะที่ดีขึ้น ทั้งในด้านความสวยงามของรอยยิ้ม การบดเคี้ยวอาหาร รวมถึงการออกเสียงได้ชัดเจนขึ้น

ทันตแพทย์เฉพาะทางสาขาวิชาจัดฟัน จะเป็นผู้วินิจฉัย และวางแผนการรักษา ว่าคนไข้ควรจัดฟันหรือไม่ ถ้าควรจัดฟันควรจัดด้วยวิธีไหน ซึ่งการวิเคราะห์วินิจฉัยของทันตแพทย์ จะประกอบไปด้วยหลายขั้นตอนด้วยกัน คือ

  1. ซักประวัติการรักษาทางการแพทย์ และทันตกรรม
  2. พิมพ์โมเดลฟันบนและล่าง
  3. เอ็กซเรย์ฟัน โครงสร้างกระดูกขากรรไกร และใบหน้า
  4. ถ่ายภาพฟัน และการสบฟัน

ประเภทการจัดฟัน

  1. จัดฟันชนิดโลหะ (BRACKET BRACE)

การจัดฟันชนิดโลหะหรือการจัดฟันแบบยางสี เป็นการจัดฟันที่อุปกรณ์ติดแน่นบนฟัน ซึ่งเราพบเห็นกันบ่อย ๆ มีสีสันสดใสด้วยยางจัดฟัน ราคาไม่สูงมากนัก แต่ต้องพบทันตแพทย์ทุกเดือนเพื่อปรับเปลี่ยนเครื่องมือจัดฟัน ระยะเวลาที่ใช้ขึ้นอยู่กับปัญหาฟันของแต่ละบุคคล

ขั้นตอนการจัดฟันชนิดโลหะ

  1. ปรึกษาทันตแพทย์ เพื่อปรึกษาปัญหา ตรวจวิเคราะห์ และวางแผนในการรักษา
  2. ทันตแพทย์จะทำการพิมพ์แบบฟัน เพื่อบันทึกรายละเอียด ตรวจสภาพฟันโดยทั่วไป การสบฟัน และเอ็กซเรย์ฟันเพื่อดูโครงสร้างของกระดูกขากรรไกร และใบหน้า
  3. ตรวจสุขภาพฟัน และเหงือก เพื่อวางแผนการรักษาว่าต้องทำการรักษาอะไรบ้างก่อนที่จะติดเครื่องมือจัดฟัน เช่น ถอนฟัน อุดฟัน รักษาโรคเหงือก รักษารากฟัน ผ่าฟันคุด เป็นต้น

ทันตแพทย์แจ้งรายละเอียดในการจัดฟัน โดยปกติการจัดฟันจะใช้เวลาประมาณ 2 ปี แต่ในบางรายอาจใช้เวลานานกว่านี้ หรือน้อยกว่านี้ ขึ้นอยู่กับความผิดปกติของฟัน และการสบฟันว่ามีมากน้อยเพียงใด และขึ้นอยู่กับความร่วมมือของคนไข้ด้วยว่าสามารถปฏิบัติตามคำแนะนำของทันตแแพทย์ได้อย่างเคร่งครัดเพียงใด

ข้อควรปฎิบัติขณะติดเครื่องมือจัดฟัน

  1. คนไข้ควรดูแลทำความสะอาดฟัน และช่องปากให้ดีอย่างสม่ำเสมอ
  2. ควรใช้แปรงสีฟันสำหรับจัดฟันโดยเฉพาะสำหรับผู้ที่ติดเครื่องมือจัดฟัน เนื่องจากฟันที่ถูกติดเครื่องมือจะทำความสะอาดได้ยาก เพราะอาจมีเศษอาหารเข้าไปติดตามซอกฟัน หรือระหว่างฟันกับเครื่องมือจัดฟันได้ง่าย
  3. ควรใช้อุปกรณ์เสริม เช่น แปรงซอกฟัน ไหมขัดฟัน superfloss ร่วมในการทำความสะอาดฟัน
  4. ควรงดรับประทาน อาหารที่เหนียว เช่น หมากฝรั่ง อาหารแข็ง รวมไปถึงอาหารประเภทของหวาน เพราะอาจทำให้ฟันผุ และเป็นโรคเหงือกอักเสบได้ง่าย

2. จัดฟันแบบดามอน (DAMON SYSTEM)

การจัดฟันแบบดามอนเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่ต้องการไม่ให้เห็นเหล็กจัดฟันชัดเจนเนื่องจากวัสดุที่ใช้เป็นเซรามิคสีเหมือนฟัน และยางที่ใช้เป็นสีใส และผู้ที่กลัวความเจ็บปวดจากการจัดฟัน ด้วยเทคโนโลยีพิเศษเฉพาะของเครื่องมือแบบบานพับและลวดชนิดพิเศษที่ทำให้การเคลื่อนฟันเป็นไปอย่างนุ่มนวล ระคายเคืองช่องปากน้อยกว่า และสามารถทำความสะอาดฟันได้ง่ายกว่าเพราะไม่มียางรัด การจัดฟันดามอนทยังช่วยให้ไม่ต้องพบแพทย์บ่อยเหมือนการจัดฟันชนิดโลหะติดแน่น แต่จะมีราคาสูงกว่าการจัดฟันแบบโลหะ

3. จัดฟันแบบเซรามิค

เป็นการแบบติดแน่นที่ใช้อุปกรณ์ดัดฟันสีเหมือนฟัน มีลักษณะ Bracket เป็นเซรามิคสีใสและยางรัด O – ring สีใส ลวดเป็นโลหะสีเงิน หากมองไกล ๆ จะเห็นไม่ชัดเท่าไรนัก โดยจะต้องมาพบทันตแพทย์ทุกเดือนเพื่อปรับลวดและเปลี่ยนอุปกรณ์

ข้อเสียการจัดฟันแบบเซรามิคใส

  1. ราคาสูงกว่าการจัดฟันแบบธรรมดา
  2. ตัววัสดุอาจเปราะและแตกหักได้ง่าย เมื่อเทียบกับวัสดุแบบโลหะ
  3. ระยะเวลาในการจัดฟันค่อนข้างนาน ประมาณ 2 ปีขึ้นไป

4. การจัดฟันด้านใน (STb light lingual)

เป็นการจัดฟันแบบติดแน่น อุปกรณ์จะถูกติดไว้ที่ด้านหลังของฟัน ซึ่งเป็นการออกแบบเฉพาะบุคคล โดยอุปกรณ์จะมีขนาดเล็กกว่าการจัดฟันแบบด้านนอก เหมาะกับผู้ที่ไม่ต้องการให้รู้หรือเห็นว่ามีการจัดฟัน ซึ่งไม่มีผลกระทบขณะออกเสียง

5. การจัดฟันแบบใส หรือการจัดฟันแบบไม่ติดเครื่องมือ

เป็นเทคโนโลยีการจัดฟันล่าสุดจากอเมริกา โดยใช้ภาพสามมิติ 3D บนจอคอมพิวเตอร์สร้างชุดเครื่องมือจัดฟันที่เฉพาะเจาะจงของแต่ละบุคคล โดยลักษณะของฟันจะถูกบันทึกลงบนแบบพิมพ์ เพื่อไปทำแบบพิมพ์ในห้องแลปจากอเมริกา ข้อมูลฟันของคนไข้จะถูกเปลี่ยนเป็นข้อมูลดิจิตอล จนออกมาเป็นชุดเครื่องมือจัดฟันสำหรับแต่ละคนโดยเฉพาะการจัดฟันแบบใสจะต้องใส่เครื่องมืออย่างน้อยวันละ 20 – 22 ชั่วโมง/วัน และเปลี่ยนเครื่องมือจัดฟันแบบใสทุก 10 วัน
การจัดฟันด้วยเครื่องมือถอดได้แบบใส แบ่งได้เป็น 2 แบบหลัก ๆ

5.1 จัดฟันใสด้วยเครื่องมือที่ถอดได้แบบ Clear Aligner
การจัดฟันแบบนี้เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาฟันไม่มากนัก หรือผู้ที่เคยจดฟันมาก่อนแล้วไม่ค่อยได้ใส่รีเทนเนอร์

ข้อดีคือเครื่องมือจัดฟันมีความใสทำให้มองไม่เห็นอุปกรณ์จัดฟัน และสามารถถอดออกได้เมื่อรับประทานอาหารหรือแปรงฟัน โดยต้องมาพบแพทย์ทุกเดือนเพื่อให้คุณหมอตรวจเช็คการเคลื่อนที่ของฟันและปรับเครื่องมือ การจัดฟันประเภทนี้มีราคาสูงกว่าการจัดฟันแบบโลหะ

5.2 จัดฟันใสด้วยเครื่องมือที่ถอดได้แบบ Invisalign
Invisalign เป็นเทคโนโลยีการจัดฟันใสที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก คนไข้สามารถเห็นผลลัพธ์ของการจัดฟันได้ตั้งแต่ตอนที่มาปรึกษาทันตแพทย์ ข้อดีของการจัดฟันใสแบบ Invisalign นอกจากความสะดวกสบายแล้ว ยังมองไม่เห็นเครื่องมือจัดฟัน สามารถถอดออกมาตอนรับประทานอาหารหรือทำความสะอาดฟัน ไม่ต้องมาพบแพทย์บ่อยเหมือนการจัดฟันชนิดอื่น และลดโอกาสการเกิดปัญหาฟันผุขณะที่จัดฟันอีกด้วย

ข้อดีของการจัดฟันแบบใส

  1. สะดวก และสบาย เพราะสามารถถอดเครื่องจัดฟันออกได้เวลารับประทาน และตอนแปรงฟัน
  2. เครื่องมือไม่บาดเหงือก และกระพุ้งแก้ม
  3. สร้างความมั่นใจ เพราะการจัดฟันแบบใส จะไม่เห็นเครื่องมือจัดฟัน
  4. ทำชุดเครื่องมือจัดล่วงหน้าได้ครบ ไม่ต้องพบทันตแพทย์บ่อย ๆ

ข้อจำกัดในการจัดฟันแบบใส

  1. คุณต้องมีระเบียบวินัย เพราะต้องใส่ดเครื่องมืออย่างน้อยวันละ 20-22 ชั่วโมง/วัน หากใส่ ๆ ถอด ๆ จะทำให้ฟันเรียงตัวไม่เป็นไปตามเป้าที่วางไว้
  2. การจัดฟันแบบใสมีราคาค่อนข้างสูง
  3. ประสิทธิภาพขึ้นอยู่กับโครงสร้างฟันแต่ละคน ไม่เหมาะกับคนที่มีปัญหาฟันที่แก้ไขยาก เพราะเหมาะกับคนที่มีปัญหาเรื่องฟันระดับน้อยถึงปานกลาง

ขั้นตอนจัดฟันแบบใส

  1. ปรึกษาทันตแพทย์ และตรวจเอกซเรย์ สแกนภาพดิจิตอลพิมพ์ฟัน และวางแผนในการจัดฟัน
    2. จัดทำเครื่องมือแบบใส เฉพาะแต่ละบุคคล
    3. ได้รับชุดเครื่องมือ และต้องเปลี่ยนเครื่องมือทุก 2 สัปดาห์
    4. ในช่วง 6-8 สัปดาห์แรก ควรเข้าพบทันตแพทย์ตามนัดเพื่อดูความคืบหน้าของการจัดฟัน และรับชุดจัดฟันในระยะต่อไป
    5. หลังจากใส่เครื่องมือแบบใสครบตามกำหนด ต้องใส่ Retainer เพื่อคงสภาพฟัน

ผู้ที่ควรเข้ารับการจัดฟัน

  1. ผู้ที่มีฟันบนยื่นออกมาข้างหน้ามาก
  2. ผู้ที่มีการสบฟันแบบฟันล่างคร่อมฟันบน
  3. ฟันห่าง
  4. ฟันซ้อนเก
  5. ฟันสบเปิด หมายถึงเมื่อสบฟันแล้ว พบว่ามีช่องว่างเปิดระหว่างฟันบนกับฟันล่าง
  6. ฟันสบลึก หมายถึงเมื่อสบฟันแล้ว พบว่ามีการสบฟันที่ลึกมากกว่าปกติระหว่างฟันบน และฟันล่าง

สิ่งที่หลายคนเข้าใจผิดเกี่ยวกับการจัดฟัน

  1. การจัดฟันไม่สามารถปรับเปลี่ยนรูปหน้า หรือทำให้ขนาดกราม และขากรรไกรเล็กลงได้
  2. การใส่รีเทนเนอร์ ไม่สามารถช่วยลดขนาดกราม และไม่สามารถปรับเปลี่ยนรูปหน้า
  3. ไม่มีอะไรรับประกันว่าทุกคนที่จัดฟันแล้วจะทำให้ใบหน้าดูดีขึ้น เพียงแต่ทำให้การจัดเรียงตัวของฟันดีขึ้น และทำให้การบดเคี้ยวเป็นปกติ

ประโยชน์ของการจัดฟัน

  1. ช่วยให้การสบฟันดีขึ้น เพิ่มประสิทธิภาพของการบดเคี้ยว
  2. ช่วยให้ทำความสะอาดฟันได้ง่ายขึ้น ทำให้สุขภาพภายในช่องปากดีขึ้น ลดโอกาสการเกิดฟันผุและเหงือกอักเสบ
  3. ช่วยทำให้มีรอยยิ้มที่สวยงาม และเกิดความมั่นใจมากขึ้น

ติดต่อศูนย์ทันตกรรมดิจิทัล รพ.ธนบุรี บำรุงเมือง

* Required information